วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

AnTuTu เผยรายชื่อ 10 อันดับ อุปกรณ์ที่ทำคะแนนทดสอบสูงสุดเมื่อปี 2016: แต่ไม่มี Samsung


AnTuTu เผยรายชื่อ 10 อันดับ อุปกรณ์ที่ทำคะแนนทดสอบสูงสุดเมื่อปี 2016: แต่ไม่มี Samsung

Posted: 16 Jan 2017 08:01 AM PST

AnTuTu ได้โพสต์รายชื่อจากการจัดอันดับอุปกรณ์ที่ได้รับคะแนนจากการทดสอบ Benchmark มากที่สุด ตลอดปี 2016 ที่ผ่านมา ดังนี้

10 อันดับอุปกรณ์ที่ทำคะแนนสูงสุด ประจำปี 2016

iPhone 7 Plus ของ Apple สามารถทำคะแนนได้สูงสุดถึง 181,316 คะแนน ตามมาด้วย iPhone 7 ที่ทำได้ 172,001 คะแนน

10 อันดับอุปกรณ์ Android ที่ทำคะแนนสูงสุด ประจำปี 2016

OnePlus 3T ซึ่งมาพร้อมกับซีพียู Snapdragon 821 ทำคะแนนได้สูงสุดถึง 163,013 คะแนน ตามมาด้วย LeEco Le Pro3 ซึ่งใช้ซีพียู Snapdragon 821 เช่นกัน ทำคะแนนได้ 159,911 คะแนน และ Moto Z ก็ตามมาในอันดับที่ 3 โดยทำได้ 148,820 คะแนน

10 อันดับอุปกรณ์ iOS ที่ทำคะแนนสูงสุด ประจำปี 2016

ในส่วนของอุปกรณ์ iOS นั้น iPad Pro (12.9 นิ้ว) ซึ่งมาพร้อมกับซีพียู A9X ทำได้ดีที่สุดด้วยคะแนน 194,838 ตามมาด้วย iPhone 7 Plus และ iPad Pro (9.7 นิ้ว)

สำหรับอุปกรณ์ที่ถูกนำมาจัดอันดับนั้น จะต้องได้รับการทดสอบ Benchmark ด้วย AnTuTu อย่างน้อย 2,000 ครั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ไม่มีสมาร์ทโฟนของ Samsung ติดอันดับเลย

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

ขอแนะนำ WLPPR แอปวอลเปเปอร์ความละเอียดสูง ที่จะทำให้ iPhone, iPad ดูดีอย่างเหลือเชื่อ

Posted: 16 Jan 2017 07:29 AM PST

หลายคนอาจกำลังมองหาวอลเปเปอร์ใหม่ที่ดูดี มีสไตล์เหมาะสมกับ iPhone และ iPad อยู่ และจะดีแค่ไหนถ้าหากมีแอปที่รวบรวมภาพที่สวยงาม ความละเอียดสูง และถูกดีไซน์ออกมาสำหรับ iPhone และ iPad โดยเฉพาะ

WLPPR เป็นแอปใหม่ที่เพิ่งเปิดให้ดาวน์โหลดใน App Store ซึ่งได้รวบรวมเอาภาพที่สุดแสนจนจะสวยงาม มีสไตล์ มีความเป็นศิลปะ และที่สำคัญ มีความละเอียดสูงมาก เหมาะสำหรับสร้างสีสันใหม่ๆใหักับ  iPhone และ iPad

แอป WLPPR มีฟังก์ชันในการเปรียบเทียบภาพเมื่อนำขึ้นเป็นวอลเปเปอร์ในหน้า Lock Screen และ Home Screen ว่าจะเป็นอย่างไร เพื่อผู้ใช้สามารถเลือกตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม โดยสามาถเลือกดาวน์โหลดได้ทั้งขนาดใหญ่ (Parallax Size) สำหรับการทำวอลเปเปอร์ในแบบ “ภาพระดับสายตา” หรือขนาดธรรมดา (Normal Size) เพื่อทำวอลเปเปอร์แบบ “ภาพฉากนิ่ง”

แอปนี้มาพร้อมกับคอลเล็คชั่น WLPPR Original ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นฟรีที่ประกอบไปด้วยภาพอันสวยงามจำนวนมาก ให้เลือกดาวน์โหลดกัน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการดูคอลเลคชั่นอื่นๆที่เหลือ สามาถซื้อได้ด้วยราคาดังนี้

  • 35 บาท สำหรับปลดล็อคภาพ 1 คอลเลคชั่น
  • 139 บาท สำหรับปลดล็อคภาพทุกคอลเลคชั่น

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถคลิกที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อดาวน์โหลดแอป WLPPR ได้เลย

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

ใครว่าแพง AirPods ถือว่าราคาถูกและคุ้มค่าเมื่อเทียบกับหูฟังไร้สายเหล่านี้

Posted: 16 Jan 2017 06:28 AM PST

หลายๆ คนอาจจะมองว่า AirPods จัดเป็นหูฟังที่มีราคาแพง ด้วยราคา $159 แต่หารู้ไม่ว่า หูฟังไร้สายแบรนด์อื่นๆ แพงกว่านีเสียอีก

PowerBeats 3

หูฟังไร้สายสำหรับออกกำลังกายจาก Beats มีราคาสูงถึง $200 ตีเป็นเงินไทยประมาณ 7,000 กว่าบาท (เข้าไทยก็สูงกว่านี้แน่นอน) แถมยังไม่มีเคสสำหรับชาร์จให้เหมือน AirPods อีกด้วย

Samsung IconX

หูฟังไร้สายของ Samsung ที่มีราคาสูงถึง $200 เช่นเดียวกับ PowerBeats 3 แต่ดีตรงที่มีเคสสำหรัลชาร์จให้ เสียดายที่ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในไทย ดีไซน์สวยใช่เล่น

Motorola Verve Ones

หูฟังไร้สายจาก Motorola ที่หน้าตาออกจะแปลกไปหน่อย แต่มาสามารถป้องกันน้ำได้ด้วย แต่ราคาสูงถึง $250 เลยล่ะครับ

Earin

หูฟังไร้สายที่เปิดตัวในงาน CES 2016 ออกแบบสุดพรีเมียม ตัวหูฟังทำจากโลหะ แต่ก็ทำให้ราคาทะยานไปถึง $280 เลยทีเดียว

Dash

หูฟังไร้สายสุดงามซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่า Apple จะออกหูฟังไร้สายในลักษณะนี้ (แต่ก็ออกไปไกล) ความพิเศษของ Dash คือมีเซ็นเซอร์สุขภาพในตัวด้วย แต่มีราคาที่สูงถึง $300 กันเลยทีเดียว

กลับมาที่ AirPods เมื่อเทียบราคา $159 กับคุณสมบัติที่มากมาย ได้แก่ รองรับไฟล์เสียงคุณภาพสูง สามารถตรวจจับระยะเสียงได้อัตโนมัติ มีเคสสำหรับชาร์จ และตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ ราคานี้ก็ถือว่าไม่ได้สูงอะไรเลยล่ะครับ

อ้างอิง

ก่อนจะมีวันนี้…เผยคลิปต้นแบบ iPhone ยุคบุกเบิกที่ต่อยอดมาจาก iPod

Posted: 15 Jan 2017 11:05 PM PST

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนหน้าที่ไอโฟนรุ่นแรกจะเปิดตัวเมื่อสิบปีที่แล้ว Apple ได้มีโปรเจ็กต์ลับในการออกแบบระบบปฏิบัติการ iOS สำหรับใช้งานบนไอโฟน ซึ่ง Steve Jobs ได้พยายามผลักดันให้มีการคิดค้นรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ ออกมา และในตอนนั้นมี 2 โปรเจ็กต์คือการใช้งานแบบ Click wheel ภายใต้โค้ดเนม P1 และ แบบ Multi-Touch ในชื่อโค้ดเนม P2 และต่อมาโปรเจ็กต์หลังได้กลายมาเป็น iOS ในปัจจุบัน วันนี้มีคลิปจาก Sonny Dickson ที่จะเปิดเผยรูปแบบการทำงานของทั้ง 2 แบบมาให้ชมกันแล้ว

ทั้งนี้ Dickson อธิบายว่า รูปแบบการทำงานของ P1 ที่เขาเรียกว่า ‘AcornOS’ นั้นเป็นงานแม่แบบของ iPod ที่พัฒนาโดยทีมของ Tony Fadell อดีตวิศวรเจ้าของฉายา ‘บิดาแห่ง iPod’ ที่จะมีวงแหวน Click wheel เป็นตัวควบคุมการใช้งาน ขณะที่ P2 นั้นพัฒนาโดย Scott Forstall อดีตหัวหน้าทีมผู้ดูแลซอฟต์แวร์ iOS (ครั้งหนึ่งเคยได้รับการคาดหมายว่าจะเปนทายาทของ Steve Jobs) มาพร้อมกับการใช้งานแบบ Multi-touch บนหน้าจอสัมผัส ซึ่งในที่สุดต้นแบบการใช้งานของ P2 ก็ได้รับเลือกให้นำมาใช้กับ iOS จวบจนปัจจุบัน และทำให้มันเปลี่ยนรูปแบบการใช้สมาร์ทโฟนในยุคนั้นไปอย่างสิ้นเชิง

อ้างอิง

Space X ปล่อยจรวด Falcon 9 อีกครั้ง รอบนี้ขึ้นสู่อวกาศแล้วลงจอดที่โลกได้อย่างปลอดภัย

Link to Comtoday

Space X ปล่อยจรวด Falcon 9 อีกครั้ง รอบนี้ขึ้นสู่อวกาศแล้วลงจอดที่โลกได้อย่างปลอดภัย

Posted: 16 Jan 2017 02:15 AM PST

SpaceX ประกาศความสำเร็จ หลังทำภารกิจปล่อยจรวด Falcon 9 อีกครั้ง ซึ่งรอบนี้ได้ขึ้นสู่อวกาศอย่างปลอดภัย ขนส่งดาวเทียบ 10 ตัว จากบริษัท Iridium เรียบร้อย และยังลงจอดที่ฐานจอดกลางมหาสมุทร ได้โดยไม่ล้มอีกด้วย

spacex-iridium-launch-flickr

No Bomb หลังเคย ประสบความล้มเหลวหนัก เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นได้ทำภารกิจขนส่งดาวเทียมต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีของ Mark Zuckerberg ด้วย แต่แล้วกลับตัวจรวดหรือ Falcon 9 เกิดระเบิดคาฐานปล่อยซะก่อน สร้างความเสียหายมหาศาลทีเดียว ส่วนต้นเหตุคือ มีออกซิเจนเหลวของยานรั่วไหล

จากเหตุระเบิดครั้งนั้น ก็ทำให้ความน่าเชื่อถือของ SpaceX ตกฮวบไปปริยาย แต่อย่างไรก็ตาม จรวด Falcon 9 ก็ได้หวนคืนอีกครั้ง รอบนี้มาพร้อมดาวเทียม 10 ดวงของบริษัท Iridium ซึ่งมีแผนจะส่งดาวเทียบให้ครบทั้ง 70 ดวงในอนาคตนี้ แต่หลังการปล่อยจรวดเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมานี้เอง ที่ฐานปล่อย Vandenberg Air Force Base จรวด Falcon 9 ประสบความสำเร็จในการขึ้นสู่อวกาศแล้ว และยังสามารถลงจอดที่ฐานกลางทะเล ได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

ทั้งนี้ตลอดการทำภารกิจปล่อยจรวด ก็ได้มีการถ่ายทอดสดเอาไว้ทั้งหมด ซึ่งมีการติดกล้องบันทึกวิดีโอบนตัว Falcon 9 ไว้ด้วย ทำให้เราได้เห็นขึ้นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบเลยครับ

สำหรับจรวด Falcon 9 หรือจรวดที่เป็ยหนึ่งในโครงการ “จรวดใช้ซ้ำ” ที่ทาง SpaceX หรือซีอีโออย่าง Elon Musk ตั้งเป้าไว้ว่า จะทำจรวดที่สามารถนำมาใช้อีกครั้งได้ โดยไม่ต้องใช้แล้วทิ้งแบบก่อน ๆ ให้กินงบเล่น ๆ นั้นเอง

ที่มา : Engadget

The post Space X ปล่อยจรวด Falcon 9 อีกครั้ง รอบนี้ขึ้นสู่อวกาศแล้วลงจอดที่โลกได้อย่างปลอดภัย appeared first on Comtoday.

dtac รุกขยาย Super 4G บนคลื่น 1800MHz กว้างสุด 20MHz ทั่วไทย

Posted: 16 Jan 2017 02:11 AM PST

Dtac รุกขยาย Super 4G ต่อเนื่อง ชวนลูกค้ามาลื่นบนคลื่น 1800MHz กว้างสุด 20MHz ทั่วไทย เผยกระแสโฆษณาเปิดตัว "อั้ม พัชราภา" มาแรง ลูกค้าชื่นชอบการเล่าเรื่องราว 4G ที่ลื่นไหลต่อเนื่อง พร้อมลุยต่อเนื่องยกระดับประสบการณ์ทุกแอพพลิเคชั่นยอดนิยม รองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น

dtac-super-4g
นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า "จากปีที่ผ่านมาพบว่า พฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต 4G บนมือถือเติบโตขึ้นจากการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Facebook ด้วยการแชร์ข้อความและรูปภาพแบบเดิม พร้อมเทรนด์ใหม่ด้วยการแชร์วีดีโอและ Facebook Live เติบโตสูงกว่า 150% เมื่อเทียบปีต่อปี มีการใช้งานโทรผ่าน VoIP หรือการโทรผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นราว 200% เมื่อเทียบปีต่อปี ส่วนของคอนเทนต์ต่างๆ เช่น ดู YouTube มีอัตราการเติบโตเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบปีต่อปี และช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีการฟังเพลงในลักษณะ Music Streaming เพิ่มขึ้นกว่า 150%"

ด้วยพฤติกรรมดังกล่าว ดีแทคจึงมีการขยายจำนวนสถานีฐาน Super 4G อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศไปแล้วกว่า 15,000 สถานี พร้อมมีการเพิ่มสัญญาณภายในอาคาร 200 แห่งในปีที่ผ่านมา โดยในปี 2560 ยังเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงข่าย Super 4G อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศเพิ่มอีก 25% และตั้งเป้าขยายโครงข่ายภายในอาคารรวม 1,000 แห่งภายในปี 2563

dtac-super-4g-01
นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค

ทางด้าน นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า "เพื่อเป็นการตอบรับ Mobility Life ของผู้บริโภค ดีแทคจึงมุ่งมั่นพัฒนาสัญญาณ Super 4G อย่างต่อเนื่อง และนำเทคโนโลยีการสื่อสารมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า โดยมีการเปิดบริการ Wi-Fi Calling เป็นรายแรกของประเทศไทย เปลี่ยนสัญญาณ Wi-Fi ทั่วโลกให้เป็นสัญญาณดีแทค ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็โทรกลับบ้านได้ชัดใสและคิดค่าบริการเหมือนโทรอยู่เมืองไทย"

นอกจากนี้ดีแทคยังพัฒนาคุณภาพการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการแบบ "Never off-line" ของผู้บริโภคให้ได้รับประสบการณ์ดิจิทัลของลูกค้าอย่างเข้าใจและมีความลื่นไหลในการใช้งานอย่างสูงสุด ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับ Ericsson และ Facebook พัฒนา Application Optimization ยกระดับคุณภาพแอพพลิเคชั่น เพื่อเจาะลึกคุณภาพของการใช้งานจริงในสถานการณ์ต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งาน

ในปี 2560 นี้ ด้วยกระแสของ Live และ VDO Streaming ดีแทคจะเดินหน้าขยายการรองรับการใช้งาน Facebook เพิ่มขึ้นอีก 100% รวมถึงการทำ Application Optimization โดยเฉพาะการใช้งาน VDO Streaming และ Live ให้ลื่น เช่น YouTube จะขยายประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีก 50%

dtac-super-4g-02
"อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ"

และเพื่อเป็นการันตีประสบการณ์ลื่นไหลกับ "ดีแทค Super 4G ลื่นสุด กว้างสุด" ดีแทค ได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ในชุด "ลื่น…จ้ะ" ไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีซุปตาร์ตลอดกาลอย่าง "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" มาร่วมถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ภายใต้ลุคที่ไม่ค่อยมีโอกาสเห็น สะท้อนการใช้ชีวิตสบายๆ กับกิจกรรมความสนุกที่ได้สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลลื่นไหลกับ "อั้มและดีแทค Super 4G ลื่นสุด กว้างสุด" ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

The post dtac รุกขยาย Super 4G บนคลื่น 1800MHz กว้างสุด 20MHz ทั่วไทย appeared first on Comtoday.

เปลี่ยน Apple Watch ของคุณ ให้กลายเป็นเครื่อง Mac รุ่นคลาสสิคตัวจิ๋ว

Posted: 16 Jan 2017 01:33 AM PST

เผย W3 Stand แท่นชาร์จ Apple Watch จาก Elago ที่มาพร้อมดีไซต์แบบเครื่อง Macintosh หรือ Mac รุ่นปี 1984 ช่วยระลึกความหลังได้เป็นอย่างดี ในราคาเพียง 15.99 เหรียญฯ หรือประมาณ 560 บาทเท่านั้น

apple-watch-old-mac-charging-stand

Mac Watch สำหรับใครที่มี Apple Watch แล้วเบื่อหน้าตาเดิม ๆ ของตัวชาร์จแม่เหล็กที่แถมมา หรืออยากได้แท่นวางชาร์จแม่เหล็กก็แพงไปอีก ในวันนี้ ทีวีได..เอ้ย ผมขอเสนอเจ้า W3 Stand อุปกรณ์เสริมจากแบรนด์ Elago ที่จะเปลี่ยนให้ Apple Watch ของเรา กลายสภาพเป็นเครื่อง Macintosh 1984 ในขนาดจิ๋ว !!

this-is-the-w3-stand-for-apple-watch-by-mobile-accessory-company-elago-which-fits-the-apple-watchs-nightstand-mode-perfectly

W3 Stand เป็นแท่นวางสำหรับสายชาร์จแม่เหล็กของ Apple Watch ที่ใช้วัสดุเป็นซีลีโคน หล่อรูปร่างให้ดูคล้ายกับเครื่อง Macintosh หรือ Mac รุ่นแรก มีช่อง Floppy Drive อันเป็นเอกลักษณ์นี้เอง ในตัวจะมีช่องวงกลมสำหรับใส่หัวชาร์จแม่เหล็ก และช่องสำหรับวางตัว Apple Watch ให้ชนกับหัวชาร์จแม่เหล็กด้านหลังนี้เอง

สำหรับราคา ตอนนี้มีขายที่ Amazon โดยกำลังลดจากราคาเต็ม 19.99 เหรียญฯ เหลือ 15.99 เหรียญฯ หรือประมาณ 560 บาทเท่านั้น (หรือเปล่า…) แต่อย่างไรก็ตาม ราคานี้เฉพาะตัว W3 Stand เท่านั้น ไม่แถมสายสายชาร์จแม่เหล็กนะเออ
it-looks-nearly-identical-to-the-original-apple-macintosh-computer-that-was-released-back-in-1984-unlike-the-original-macintosh-the-w3-is-compatible-with-all-models-of-the-apple-watch

theres-a-recessed-port-inside-the-stand-to-house-your-apple-watch-charger and-the-bottom-of-the-w3-has-a-thoughtful-notch-for-the-chargers-cable

ที่มา : Businessinsider

The post เปลี่ยน Apple Watch ของคุณ ให้กลายเป็นเครื่อง Mac รุ่นคลาสสิคตัวจิ๋ว appeared first on Comtoday.

Logitech เปิดตัว K375s ชุดคีย์บอร์ดไร้สาย พร้อมขาตั้งสำหรับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

Posted: 16 Jan 2017 12:10 AM PST

โลจิเทค เปิดตัวชุดคีย์บอร์ดไร้สายพร้อมขาตั้ง "โลจิเทค เค 375 เอส มัลติ-ดีไวซ์" คู่หูคู่โต๊ะสำหรับทุกอุปกรณ์ คีย์บอร์ดมาตรฐานเพื่อประสบการณ์พิมพ์งานบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตได้อย่างราบรื่น

K375 Ningbo FOB UK Black_1

โลจิเทค เปิดตัวชุดคีย์บอร์ดไร้สายพร้อมขาตั้ง "เค 375 เอส มัลติ-ดีไวซ์" (Logitech® K375s Multi-Device Wireless Keyboard and Stand Combo) คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ขนาดมาตรฐานพร้อมขาตั้งอเนกประสงค์ทำจากวัสดุยางสำหรับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต และเพียงการสัมผัสปุ่มคีย์บอร์ด คุณก็สามารถพิมพ์หรือสลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ บนโต๊ะทำงานได้ถึง 3 คู่

ทวีตที่นี่ : เนรมิตการทำงานจากทุกหน้าจอ พบกับชุดคีย์บอร์ดไร้สายพร้อมขาตั้ง "เค 375 เอส มัลติ-ดีไวซ์"

"เรามุ่งหวังให้การพิมพ์งานบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณทำได้รวดเร็วและง่ายดายเช่นเดียวกับการพิมพ์งานด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือแล็ปท็อป" นางสาวศิราณี วุฒิภดาดร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โลจิเทค กล่าว "คีย์บอร์ด เค 375 เอส มัลติ-ดีไวซ์ ของโลจิเทค จะทำให้คุณสามารถพิมพ์งานได้อย่างสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์ทุกตัวที่มีอยู่บนโต๊ะทำงาน ขณะที่การใช้งานขาตั้งอเนกประสงค์ที่แสนสะดวก จะช่วยให้คุณจัดวางอุปกรณ์โมบายด์ในมุมที่ถูกต้องและเอื้อมหยิบได้ง่ายได้เมื่อต้องการใช้งาน"

K375s_2

คีย์บอร์ด เค 375 เอส มัลติ-ดีไวซ์ ช่วยให้การสลับการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างง่ายดายเพียงแค่กดปุ่ม สามารถเริ่มต้นการพิมพ์งานคอมพิวเตอร์และเสร็จสิ้นการส่งข้อความผ่านอีเมล์จากเครื่องแท็บเล็ต หรือเขียนข้อความบนโทรศัพท์ด้วยปุ่มเพียงปุมเดียว การออกแบบคีย์บอร์ดที่เป็นมาตรฐานและปุ่มฟังก์ชั่นการทำงานพิเศษซึ่งให้ประสบการณ์การพิมพ์งานที่สะดวกสบายและไร้เสียงรบกวนภายใต้การออกแบบให้ทนทานต่อการใช้งาน

ขาตั้งอเนกประสงค์แยกต่างหากซึ่งมีฐานทำจากวัสดุยางอ่อนนุ่มและช่องเสียบอุปกรณ์ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สามารถยึดตัวอุปกรณ์โมบายไว้ในมุมที่เหมาะสมสำหรับการอ่านและพิมพ์ คีย์บอร์ดถูกออกแบบให้รับกับระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ทำให้ไม่ว่าจะใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดว์สำหรับพีซี แอนดรอยด์ หรือไอโฟน คุณก็จะคุ้นเคยกับปุ่มการใช้งานบนคีย์บอร์ดที่ถูกออกแบบไว้เป็นอย่างดี

นอกจากความแข็งแรงทนทานแล้ว คีย์บอร์ดยังมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึงสองปี การเข้ารหัสเพื่อเชื่อมต่อการทำงานแบบไร้สายระหว่างคีย์บอร์ดและคอมพิวเตอร์ในระยะที่ไกลถึง 33 ฟุต พร้อมอีกสองทางเลือกในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ด้วย "โลจิเทค ยูนิฟายด์อิ้ง ตัวรับส่งสัญญาณขนาดเล็กซึ่งรองรับการเชื่อมต่อกับยูเอสบีและเทคโนโลยีบลูทูธ (Logitech Unifying™ USB receiver and Bluetooth® Smart technology) เพื่อมอบทางเลือกในการแสวงหาหนทางที่ดีที่สุดในการทำงานที่หลากหลายโดยใช้คีย์บอร์ดเพียงตัวเดียว

K375s

ราคาพร้อมจำหน่าย

คีย์บอร์ดไร้สาย เค 375 เอส มัลติ-ดีไวซ์ พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Logitech.com ในราคาขายปลีกที่ 1,099 บาท ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชมได้ที่ Logitech.com หรือติดต่อเราได้ที่เฟสบุ๊ค LogitechThaiFan

The post Logitech เปิดตัว K375s ชุดคีย์บอร์ดไร้สาย พร้อมขาตั้งสำหรับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต appeared first on Comtoday.

สร้างตารางนัดผ่าน LINE ไม่ให้คุณพลาดทุกนัดสำคัญ

Posted: 15 Jan 2017 08:37 PM PST

ปัจจุบันต้องยอมรับ LINE เป็นช่องทางสำคัญที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารในรูปแบบของการส่งข้อความ รูปภาพ โทรและ Video Call ผ่านอินเทอร์เน็ต Wi-Fi หรือ 3G / 4G ซึ่งคุณสมบัติภายในแอพฯ LINE ยังมีอีกหลายอย่างที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้ใช้กันนัก วันนี้ทีมงาน Comtoday (www.aripfan.com) จึงหยิบยกฟีเจอร์ “การสร้างตารางนัด” ตัวช่วยสำหรับแจ้งเตือนนัดหมายสำคัญมาแนะนำครับ 

1. เปิดแอพฯ LINE แล้วไปที่กลุ่ม LINE ที่เราต้องการ

สร้างตารางนัดผ่าน LINE

2. กดที่เครื่อง + (มุมซ้ายล่าง) จะปรากฏแท็บเมนูต่างๆ ให้เลือกที่เมนู “ตารางนัด” 

line-003

3. เข้ามาที่เมนูตารางนัดแล้ว จะพบกับหน้า “กิจกรรมใหม่” ซึ่งส่วนนี้เราสามารถเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ได้ (จะเป็นภาพจาก LINE เท่านั้น ไม่สามารถเลือกภาพจากของเราเองได้), ใส่หัวข้อนัดหมาย, ใส่รายละเอียด และกำหนดวันนัดหมาย

line-004 line-005

4. เมื่อใส่รายละเอียดเสร็จแล้ว ให้กดที่ปุ่มเชิญสมาชิก ซึ่งเราสามารถส่งเชิญสมาชิกให้คนที่อยู่ในกลุ่ม LINE เดียวกัน หรือคนอื่นๆ ได้

line-006 line-007

หลังจากสร้างตารางนัดหมายเสร็จแล้ว ตารางนัดจะถูกส่งไปยังกลุ่ม LINE และคนที่ถูกเชิญ ซึ่งแต่ละคนสามารถกดยืนยันเพื่อเข้าร่วมหรือตอบปฏิเสธได้ รวมถึงส่งข้อความตอบกลับได้ด้วย

line-008 line-009

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยสร้างตารางนัดหมายผ่านแอพฯ LINE สามารถสื่อสารได้ทุกคนที่ใช้แอพเดียวกันนี้โดยไม่จำเป็นต้องไปเปิดแอพฯ อื่นๆ เพิ่มเติมให้ยุ่งยาก ใครสนใจสามารถนำไปทดลองใช้ได้เลยครับ

 

The post สร้างตารางนัดผ่าน LINE ไม่ให้คุณพลาดทุกนัดสำคัญ appeared first on Comtoday.

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

เผยปีที่ผ่านมา Foxconn รายได้หดเพราะยอดขายไอโฟนน้อยลง
Posted: 15 Jan 2017 07:54 PM PST

สำนักข่าว Nikkei รายงานเปิดเผยว่า Foxconn บริษัทรับจ้างผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในกลุ่มสมาร์ทโฟนชื่อดัง ได้ออกมาประกาศผลประกอบการในปี 2016 ที่ผ่านมา โดยพบว่ามีกำไรลดน้อยลงซึ่งคาดว่ามาจากสาเหตุหลักๆ เลยคือจำนวนการผลิตไอโฟนของ Apple ที่ลดน้อยลงนั่นเอง
ในปี 2016 ที่ผ่านมาทาง Foxconn สามารถทำรายได้อยู่ที่ 136.38 พันล้านเหรียญฯ ลดลง 2.81% เมื่อเทียบกับรายได้ในปี 2015 อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีอัตราเติบโตต่อปีสูงขึ้นที่ 9.76% หลังจากที่มาได้ยอดขายในช่วงเทศกาลปีใหม่และตัว iPhone 7 Plus ที่ขายดิบขายดี ซึ่งทาง Vincent Chen ก็ได้วิเคราะห์ว่าการที่ Foxconn มีรายได้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีนี้ส่วนสำคัญมาจากยอดจำหน่ายไอโฟนที่อยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ในปี 2017 นี้ จะกลับมามีรายได้มากมายมหาศาลอีกครั้งกับความต้องการของ iPhone 8 ในตลาดพร้อมคาดว่าบริษัทจะมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 5-10%
ขณะเดียวกัน ทางด้าน Terry Gou ผู้ก่อตั้ง Foxconn ก็ออกมายืนยันกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่าบริษัทจะยังทำการอยู่ในประเทศจีน และไม่มีแผนย้ายฐานการผลิตไปสหรัฐอเมริกาตามข่าวลืออย่างแน่นอน
อ้างอิง

Posted: 15 Jan 2017 02:16 AM PST

เป็นช่วงเวลาครบรอบ 1 ทศวรรษของไอโฟนในปีนี้ ซึ่งก็มีเรื่องราวหลายเรื่องที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่ไอโฟนจะเปิดตัว ล่าสุดทางด้าน Tony Fadell ออกมาเปิดเผยเมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายดูแลผลิตภัณฑ์ตระกูล iPod ว่าครั้งหนึ่งเขาเกือบทำไอโฟน ซึ่งยังเป็นเครื่องต้นแบบหายที่สนามบิน ก่อนจะตามหากันจ้าละหวั่นมาแล้ว
‘ผมนี่เหงื่อแตกพลั่กเลย’ Fadell ให้สัมภาษณ์กับ BBC
‘ตอนนั้นผมพยายามไล่เรียงเหตุการณ์ว่าผมทำอะไรที่ไหนมาบ้าง ผมนึกถึงหน้า Steve Jobs ที่ขึ้นชื่อเรื่องการไล่พนักงานที่เอาข้อมูลลับของสินค้า Apple ไปเผยแพร่ข้างนอก ผมคิดถึงเหยื่อก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยมีใครรอดเงื้อมมือเขาเลย’
หลังจากนั้น Fadell ได้ติดต่อให้ทีมงานรักษาความปลอดภัยในสนามบินช่วยตามหาเครื่องไอโฟนดังกล่าว และที่น่าตลกคือตัวเขาเองไม่สามารถอธิบายได้ว่าเจ้าเครื่องไอโฟนรุ่นต้นแบบนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไรให้ทีมงานรักษาความปลอดภัยนึกภาพออกได้ เพราะยังไม่มีใครรู้จักมันในตอนนั้น อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด Fadell ก็ยังโชคดีที่มีคนหาเครื่องไอโฟนพบ ซึ่งก็ไม่ได้ไปหายที่ไหนไกล แต่เป็นเพราะมันหล่นจากกระเป๋ากางเกงของ Fadell ไปตกอยู่ตรงช่องว่างระหว่างที่นั่งบนเครื่องบินนั่นเอง
สำหรับไอโฟนในตอนนั้นถือเป็นความลับสุดยอดของทางบริษัท ซึ่งหากในวันนั้น Fadell หาเครื่องไม่พบ และเป็นคนอื่นที่เก็บเครื่องไปได้ บางทีโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของ Apple และไอโฟนอาจเปลี่ยนไปก็ได้!
อ้างอิง
Posted: 14 Jan 2017 10:29 PM PST

หากยังจำกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเว็บแบไต๋เพิ่งรายงานข่าว Project Valerie ต้นแบบโน๊ตบุ๊ก 3 จอของ Razer ที่มาเปิดตัวในงาน CES2017 ถูกขโมยหายสาบสูญไป ล่าสุดมีความคืบหน้าออกมาแล้วปรากฏว่า มันถูกนำไปปล่อยขายบนเว็บไซต์ Taobao (เถาเป่า) ด้วยสนนราคา 150,000 หยวน หรือประมาณ 770,000 บาท
Min-Liang Tan ซีอีโอของ Razer ได้เคยประกาศว่าบริษัทมีข้อเสนอมอบเงินถึง 25,000 เหรียญฯ (หรือราวๆ 890,000 บาท) สำหรับผู้ให้ข้อมูลเบาะแสของโน๊ตบุ๊กดังกล่าวได้ ซึ่งล่าสุดก็พบว่าโน๊ตบุ๊กดังกล่าวถูกปล่อยขายอยู่ในเว็บ E-Commerce ดังของจีนอย่าง Taobao คาดว่าทาง Razer เองก็คงจะกำลังสืบหาต้นตอของผู้ปล่อยขายเช่นกันว่าไปได้เครื่องมาจากไหน

อ้างอิง / อ้างอิง2

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

SpaceX ปล่อยจรวด Falcon 9 ได้สำเร็จ ก้าวสู่แผนต่อไปของธุรกิจจรวดอวกาศ
Posted: 14 Jan 2017 08:22 PM PST

วันนี้ (14 มกราคม 2017) ที่ฐานทัพอากาศ Vandenberg ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหัฐอเมริกา SpaceX ได้ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด Falcon 9 เป็นครั้งแรกนับจากเกิดเหตุระเบิดเมื่อเดือนกันยายน 2016 ที่ผ่านมา โดยมีภารกิจในการนำดาวเทียม 10 ดวงของบริษัทโทรคมนาคม Iridium ขึ้นสูงวงโคจรชั้นใน

จากวิดีโอถ่ายทอดสดผ่านทาง YouTube ที่ปรากฏด้านบน จะเห็นได้ว่า ภายใน 10 นาทีหลังจากที่จรวด Falcon 9 ถูกปล่อยตัวได้สำเร็จ จรวดก็ลงจอดลงมายังโลกได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

หลังจากที่ประสบเหตุจรวดระเบิดเมื่อเดือนกันยายน 2016 ที่ผ่านมา ในที่สุด SpaceX ก็ประสบความสำเร็จและสามารถก้าวเข้าสู่แผนสำคัญต่อไปของบริษัทได้ โดยทาง SpaceX อ้างว่าจะปล่อยจรวด Falcon Heavy ในปี 2017 นี้ นอกจากนี้ SpaceX จะได้ร่วมงานกับ NASA ในการส่งสัมภาระไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ และอาจจะรวมถึงการส่งนักบินอวกาศไปในปี 2018 ด้วย

ข้อมูลอ้างอิง : fortune และ theverge

Posted: 14 Jan 2017 08:20 PM PST

เรียกว่าหักปากกาเซียนกันเลยทีเดียวสำหรับใครที่เก็งๆ ไว้ว่า AirPods หรือหูฟังไร้สายตีแบรนด์ Apple ราคาสูงถึง 6,900 บาทจะขายไม่ออก แต่ AirPods ก็ขึ้นแท่นยอดขายหูฟังไร้สายที่มีคนใช้มากที่สุดไปเสียแล้ว
Slice Intelligence ได้เก็บสถิติยอดจำหน่าย AirPods ตั้งแต่ช่วงพรีออเดอร์วันที่ 13 ธันวาคม จากข้อมูลพบว่าช่วงพรีออเดอร์ออนไลน์นี่แหละที่ยอดขาย AirPods พุ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดมากกว่าช่วง Cyber Monday และ Black Friday เสียอีก
ปัจจุบันทำให้ AirPods กลายมาเป็นหูฟังไร้สายที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุด เทียบกับช่วงก่อนเปิดตัวนั้น Beats มานำเป็นอันดับหนึ่ง (ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Apple ไปแล้ว) ตามด้วย Bose แต่หลังจากเริ่มวางจำหน่าย AirPods แล้ว Apple ก็พลิกกลับมานำโด่งหลังครอง 1 ใน 4 คิดเป็น 26% หลังจากช่วงก่อนวางจำหน่ายนั้นอยู่ที่ 0.0% เลยล่ะครับ
ทิศทางของการฟังเพลงในสมาร์ทโฟนต่อจากนี้คาดว่าจะเริ่มปลดระหว่างช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม กันมากขึ้น จากงาน CES ที่ผ่านมา HTC เองก็ปลดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม ออกไปแล้ว คาดว่าปีนี้ตลาดหูฟังไร้สายก็จะเจริญเติบโตมากกว่าเดิมอีกครับ
อ้างอิง

Posted: 14 Jan 2017 09:18 AM PST

เรียกได้ว่า Alexa ผู้ช่วยติจิทัลของ Amazon ได้เริ่มต้นอย่างสวยงามด้วยการทำงานร่วมกับลำโพง Echo ด้วยยอดจำหน่าย Amazon Echo ที่มากถึง 6 ล้านเครื่อง ในช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา และเริ่มต้นเป็น 2017 ด้วยการเป็นดาวเด่นภายในงาน CES 2017 โดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง LG, GE, Ford และอื่นๆอีกมากมาย ได้นำ Alexa ไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆอย่างหลากหลาย จนมีการเติบโตในตลาดธุรกิจผู้ช่วยดิจิทัลอย่างรวดเร็ว จนไม่มีบริษัทไหนตามทัน
แต่แค่ตอนนี้เท่านั้นนะ……

และด้วยความที่ Amazon ได้ทำให้ตลาด AI และผู้ช่วยดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่มากมายจึงเร่งพัฒนาอุปกรณ์ในส่วนนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
  • Google กำลังเร่งพัฒนาอุปกรณ์ Google Home และผู้ช่วยดิจิทัลอย่าง Google Assistant ออกมาแข่งกับ Amazon
  • Microsoft กำลังปรับแต่งให้ระบบ AI ผู้ช่วยดิจิทัลอย่าง Cortana สามารถทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้น
  • Apple ก็มีข่าวว่ากำลังทำอุปกรณ์ออกมาแข่งกับ Amazon Echo

เหตุใด Amazon จึงเป็นผู้นำ

Amazon เริ่มประสบความสำเร็จกับ Echo เมื่อปี 2014 ซึ่งในช่วงนั้น Apple นำเสนอ Siri ในฐานะผู้ช่วยเสียงตัวแรกในธุรกิจนี้ ต่อมา Amazon ก็ได้เปิดตัวลำโพง Echo ในแนวทางเดียวกับ Apple คือสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ด้วย Alexa นั่นเอง
จากนั้น เมื่อผู้คนเริ่มมีการพูดถึงAlexa มากขึ้น ทาง Amazon ก็ได้เพิ่มความสามารถของ Alexa เข้าไปอีก จนทำให้ตอนนี้ Alexa มีความสามารถอยู่มากกว่า 1,000 อย่าง ทั้งการเชื่อมต่อกับ Uber หรือแอป Twitter ซึ่งทำให้ Alexa ดูโดดเด่นที่สุดในธุรกิจนี้

นอกจากนั้น Amazon ยังเพิ่มความสามารถในด้าน Smart Home และสื่อเข้าไปอีกจนทำให้ผูบริโภคเกิดความรู้สึกคุ้มค่าที่ได้ซื้อ Echo มาใช้

แล้ว Google จะสู้ Alexa ได้อย่างไร ?

Google มีข้อได้เปรียบ Amazon อยู่ 2 อย่าง คือ
  • อย่างแรก Google มีความเชี่ยวชาญในด้านการค้นหาข้อมูล จนยากจะหาคู่แข่งมาเทียบได้ และนั่นเป็นสิ่งที่ผู้ช่วยดิจิทัลต้องมี
  • อย่างที่สอง มีผู้ใช้อุปกรณ์ Android มากกว่า 1.5 พันล้านคนทั่วโลก โดยผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android จะได้รับการอัปเดต Google Assistant ลงในระบบและแอปอย่าง Google Allo ด้วย

นั่นอาจกล่าวได้ว่า Alexa ของ Amazon เริ่มที่จะนำมาใช้กับโทรศัพท์และโทรทัศน์แล้วก็จริง แต่ Android ของ Google นั้นมีอยู่ทุกที่

แล้ว Microsoft จะสู้ Alexa ได้อย่างไร ?

Microsoft มีแผนยุทศาสตร์ที่จะนำเอา Cortana ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยดิจิทัลมาใช้ทั้งภาคธุรกิจและส่วนบุคคล โดยการพัฒนาให้มีสามารถตอบรับการพูดของมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น และจะนำมาใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ที่มีผู้ใช้ทั่วโลกเป็นจำนวนมากอย่าง Microsoft Office และเครือข่ายโซเชียลอย่าง LinkedIn


นอกจากนี้ Microsoft ยังร่วมกับ Nissan ผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังของโลก  และ Harman Kardon บริษัทผู้ผลิตเครื่องเสียงชั้นนำของโลก ในการนำเอา Cortana มาใช้ด้วย

แล้ว Apple ควรจะเริ่มทำอะไรก่อน…..?

ในทุกวันนี้ ดูเหมือนว่า Apple จะมีบทบาทในธุรกิจผู้ช่วยดิจิทัลนี้น้อยลงไปทุกที โดย HomeKit ของ Apple ที่จะใช้ควบคุมอุปกรณ์ Smart Home นั้นก็ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่ Alexa กลับนำหน้าไปไกลด้วยการใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆ

ถึงแม้ว่า Apple จะเปิดตัว Apple TV ที่เป็นเสมือน Hub สำหรับอุปกรณ์ Smart Home ได้ แต่ก็ดูมีประโยชน์น้อยกว่า Amazon Echo และ Google Home อยู่ดี
นักวิเคราะห์มองว่า Apple อาจไม่ใช่บริษัทแรกที่เริ่มเข้าสู่ธุรกิจด้านนี้ แต่อาจสร้างประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างออกไป เหมือนอย่างที่เคยทำได้สำเร็จกับหน้าจอสัมผัสมาก่อน
ข้อมูลอ้างอิง : businessinsider
Posted: 14 Jan 2017 04:06 AM PST

Blitab หรือแท็บเล็ตสาย Android เครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมอักษรเบลล์ หรืออักษรที่ใช้ในการสื่อสารสำหรับผู้พิการทางสายตาซึ่งจะช่วยเปลี่ยนแนวทางการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสำหรับผู้พิการทางสายตาให้ดียิ่งขึ้นได้
ก่อนหน้านี้ก็เคยมีอุปกรณ์สำหรับผู้พิการทางสายตาที่รองรับอักษรเบลล์แต่ด้วยความที่อุปกรณ์นั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ รัน Windows CE และมีราคาที่สูงถึง $5,000 หรือประมาณ 177,000 บาททำให้ไม่ได้รับความนิยมนักในขณะที่ Blitab มีราคาอยู่ที่ $500 หรือประมาณ 17,700 บาทเท่านั้น
นอกจากจะมีราคาที่ถูกกว่าแล้ว ประสิทธิภาพของมันยังดีกว่าอีกด้วย โดยมีคุณสมบัติทั่วไปดังนี้
  • ตัวเครื่องรันด้วยระบบ Android
  • รองรับ Wi-Fi และ Bluetooth
  • สามารถติดตั้งแอป Android ทั่วไปได้ทั้งหมด
  • รองรับคุณสมบัติสำหรับช่วย (accessibility) ของ Android ทั้งหมด เช่น Voice Over
ความพิเศษของอุปกรณ์ชิ้นนี้คือ เมื่อคุณกดที่ปุ่มข้างตัวเครื่อง ครึ่งหนึ่งของหน้าจอจะถูกแสดงผลเป็นอักษรเบลล์ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถโหลดเอกสารหรือเปิดหน้าเว็บแล้วให้แสดงข้อความเป็นตัวอักษรเบลล์ได้ด้วย

Blitab ใช้ระบบฟองน้ำเล็กๆ ในการเปลี่ยนแปลงสถานะของอักษรเบลล์ได้ตลอดเวลา นอกจากการอ่านอักษรเบลล์แล้ว บริษัทยังมีแผนพัฒนาคุณสมบัติให้มากกว่านี้อีก เช่น ให้ความรู้สึกของ Google Maps จริงๆ บนครึ่งจอแรก
จากผลตอบรับของผู้ใช้งานกว่า 3,000 บอกว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีประสิทธิภาพที่ดี ถึงแม้ว่าผู้ใช้งานบางส่วนจะยังไม่รู้สึกโอเคสักเท่าไหร่
บริษัทผู้ผลิตออกแบบเริ่มโครงการแท็บเล็ตดังกล่าวตั้งแต่ปี 2014 โดยจะเริ่มเปิดให้พรีออเดอร์ช่วงปลายเดือนนี้ และจะส่งเครื่องในอีก 6 เดือนต่อจากนี้ครับ
อ้างอิง
Uber จัดแคมเปญเจ๋ง "UberGIVING" ผนึก 7 องค์กรการกุศล ชวนคนไทยร่วมทำบุญและบริจาค บริการรถ Uber ไปรับฟรี มอบแด่เด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศ
ubergiving-01
Uber ประเทศไทย ชวนชาวไทยร่วมทำบุญให้แก่เด็กด้อยโอกาส กับแคมเปญพิเศษ! 'UberGIVING' ระหว่างวันที่ 14-31 มกราคม นี้ สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการมีส่วนร่วมหรือต้องการบริจาคสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ Uber ยินดีไปรับฟรีถึงหน้าบ้าน
กลับมาอีกครั้งกับ UberGIVING กิจกรรมดีๆ ที่มีแต่การให้ และเนื่องในโอกาสวันเด็กที่กำลังจะถึงนี้ Uber จับมือกับมูลนิธิและสถานสงเคราะห์ถึง 7 แห่ง เปิดโอกาสให้คุณมอบสิ่งดีๆ กับเด็กๆ ทั่วประเทศไทย ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพมหานคร
แคมเปญนี้เริ่มเปิดรับของบริจาค ตั้งแต่วันที่ 14-31 มกราคมนี้ ระหว่างเวลา 12.00-20.00 น. โดยคุณสามารถบริจาคสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ของเล่น เสื้อผ้า เครื่องเขียน และอื่นๆ ที่คุณคิดว่าจะเป็นของขวัญให้กับน้องๆ ได้ ภายในแอพพลิเคชั่น Uber เพียงแค่คุณเปิดแอพและเลือกบริการ "UberGIVING" เราก็จะไปรับของเหล่านี้และนำไปส่งให้ถึงมูลนิธิและสถานสงเคราะห์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://t.uber.com/giving2017
วิธีบริจาคของผ่าน UberGIVING
● เปิดแอพพลิชั่น Uber และเลื่อนการ์ด UberGIVING ที่อยู่ด้านล่างขึ้นมา
● ใส่สถานที่ที่คุณต้องการให้คนไปรับของบริจาค
● จากนั้นก็รอรถมารับของได้เลยฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
รายชื่อมูลนิธิและสถานสงเคราะห์
1. Bangkok Refugee Center ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR)
2. มูลนิธิกระจกเงา
3. สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี
4. ศูนย์การเรียนชุมชนเพื่อพัฒนามนุษยชาติ วัดอรุณฯ
5. มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)
6. บ้านพักเด็กและครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
7. สถานกักกันคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
หลังจากวันที่ 31 มกราคม ทาง Uber จะรวบรวมของบริจาคทั้งหมดและทยอยแจกจ่ายแก่มูลนิธิและสถานสงเคราะห์ที่เข้าร่วมโครงการต่อไป
The post Uber จัดแคมเปญ "UberGIVING" ผนึก 7 องค์กรการกุศล บริการรถ Uber ไปรับฟรี มอบแด่เด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศ appeared first on Comtoday.

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

RAISR เทคโนโลยีใหม่จาก Google ดูรูปใหญ่ ใช้ดาต้านิดเดียว
Posted: 13 Jan 2017 06:58 AM PST

ในปัจจุบันผู้คนในสังคมเรา มักจะมีการอัพโหลดรูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือ Google+ กันบ่อยครั้ง โดยมักจะมีไฟล์ภาพที่ใหญ่เพื่อรักษาความคมชัดและรายละเอียดของภาพไว้ เป็นเหตุให้ผู้ใช้หลาย ๆ คนสิ้นเปลืองดาต้าที่มีอยู่จำกัด โควต้าที่มีอยู่ หรืออาจทำให้ภาพโหลดขึ้นมาช้าลง
เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Google ได้เปิดตัว RAISR (Rapid and Accurate Image Super-Resolution) เทคโนโลยีที่จะมาช่วยปรับปรุงภาพที่มีความละเอียดต่ำให้สามารถดูดีขึ้นได้ สำหรับรูปภาพบน Google+ ด้วยรูปแบบการใช้งานที่โหลดแค่รูปความละเอียดต่ำ แล้วใช้ RAISR ปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น ก็สามารถประหยัดดาต้าแบนด์วิดธ์ได้ถึง 75% ในการโหลดรูปภาพในขนาดเต็ม (อ่านรายละเอียดการทำงานของ RAISR)

ในตอนนี้มีการทดสอบแค่ในสมาร์ทโฟน Android ในบางกลุ่มแล้ว และคาดว่าอาจจะได้เห็นเทคโนโลยีออกมาในไม่ช้านี้
อ้างอิง

Posted: 13 Jan 2017 05:41 AM PST

ก่อนหน้านี้ทาง Consumer Report เคยทดสอบ MacBook Pro รุ่นใหม่แล้วพบว่า ตัวเครื่องมีปัญหาแบตเตอรี่จนไม่แนะนำให้ผู้บริโภคซื้อรุ่นนี้ แต่หลังจาก Apple ทราบปัญหาและอัปเดตซอฟท์แวร์จึงได้ขอ Consumer Report ให้ทดสอบแบตเตอรี่อีกครั้ง
Consumer Report รายงานว่า หลังจากทดสอบ ​MacBook Pro สามเครื่องภายในแลบพบว่าสามารถทำงานได้ดีเกินกว่าที่คาดเอาไว้มาก โดยหนึ่งในเครื่องที่นำมาทดสอบนั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 18.75 ชั่วโมง มากกว่าที่ Apple โฆษณาไว้ที่ 10 ชั่วโมง โดยทาง Consumer Report บอกว่าทดสอบแต่ละเครื่องที่อัปเดตซอฟท์แวร์รุ่นใหม่แล้วหลายครั้ง
ในแลบประกอบไปด้วย MacBook Pro รุ่น 13 นิ้วสองรุ่น ได้แก่รุ่นที่มี Touch Bar และรุ่นที่ไม่มี Touch Bar และรุ่น 15 นิ้วที่มีแต่ Touch Bar ผลทดสอบคือ 15.75 ชั่วโมง, 18.75 ชั่วโมง, และ 17.25 ชั่วโมงตามลำดับ โดยทั้งสามเครื่องทาง Consumer Report บอกว่าเป็นเครื่องที่ซื้อมาจาก Apple Store ไม่ใช่เครื่องที่มีความพิเศษหรือแตกต่างจากเครื่องทั่วไป
ถือว่าได้เยอะกว่าระยะเวลาที่ Apple โฆษณาเอาไว้มาก โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่มี Touch Bar สามารถอยู่ได้นานถึง 18.75 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ ใครที่กำลังใช้ MacBook Pro รุ่นใหม่ก็อย่าลืมอัปเดท macOS รุ่นล่าสุดกันด้วยนะครับ จะได้ใช้งานได้นานขึ้น
อ้างอิง
Posted: 12 Jan 2017 09:07 PM PST

เว็บแบไต๋เคยนำเสนอเรื่องราวของ Lily โดรนหน้าตาน่ารักที่แค่โยนขึ้นฟ้า ก็สามารถบินติดตามเพื่อถ่ายภาพเราได้ทันทีตั้งแต่ปี 2015 แต่ดูเหมือนเรื่องราวจะไม่เป็นอย่างที่บริษัทคาดหวัง เพราะ Lily ไม่สามารถส่งสินค้าได้ และล่าสุดประกาศปิดบริษัท พร้อมคืนเงินผู้สั่งจอง
ถึงแม้ว่า Lily จะได้รับเงินลงทุน 15 ล้านเหรียญ และได้เงินจากการ Pre-order ตัวโดรนมากกว่า 34 ล้านเหรียญ แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการเริ่มผลิตโดรนออกมา ซึ่งบริษัทก็พยายามหาแหล่งเงินใหม่ๆ แต่ก็ไม่ได้รับเงินลงทุนเพิ่ม สุดท้ายจึงต้องปิดกิจการ
สำหรับผู้ที่เคย Pre-Order โดรน Lily ไว้ จะได้รับเงินคืนภายใน 60 วัน ผ่านบัตรเครดิตที่เคยจ่าย แต่สำหรับคนที่บัตรเครดิตหมดอายุไปแล้ว หรือมีปัญหาอื่นๆ ก็กรอกฟอร์มได้

กรณีของโดรน Lily จึงเป็นกรณีศึกษาอีกตัวอย่างหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวมาได้อย่างสวยงาม แต่มีปัญหากับกระบวนการทำงานและการจัดการเงิน จนไม่สามารถส่งผลิตภัณฑ์ออกมาได้ทันความเปลี่ยนแปลงของตลาด (อย่าง DJI Mavic ที่มีความสามารถติดตามวัตถุและตัวเล็กด้วย) สุดท้ายจึงต้องจบแบบนี้
อ้างอิง: The Adventure Comes to an End
m2010thai.com. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ข่าวไอที ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

Recent Posts